“ตั้งรับ-ปรับตัว : จากวิกฤตน้ำท่วม ถึง โลกร้อน”

 


Gender Talk วันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2567 เวลา 14.00-16.00 น. หัวข้อตั้งรับ-ปรับตัว : จากวิกฤตน้ำท่วม ถึง โลกร้อน” 

ผู้ร่วมอภิปราย 

1. ดร. ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน

2. ดร. วนัน เพิ่มพิบูลย์ ผอ. Climate Watch, Thailand

3. คุณจิตรณา เก่งการนา ผู้ประสานงาน Global Youth Biodiversity Network 

4. คุณชนกนันท์ ศุภศิริ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรครวมไทยสร้างชาติ จ.แพร่ 

5. คุณจันทร์เพ็ญ อะทะ อดีตนายก อบต.ผาตอ อ.ท่าวังผา จ.น่าน

   คุณเรืองรวี พิชัยกุล สถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา  ผู้ดำเนินรายการ

 ประเด็นการแลกเปลี่ยนพูดคุย

จากภัยพิบัติน้ำท่วมในภาคเหนือ จนถึง ภัยพิบัติอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมีความรุนแรงและเสียหายในเชิงสังคมเศรษฐกิจอย่างไร ปัจจัยหลักของการเกิดภัยพิบัติต่างๆนี้ แก้ไขได้หรือไม่

*นโยบายที่รัฐบาลเพิ่งแถลงไป ได้ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้เพียงพอหรือไม่   มีข้อใดที่ท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร  และต้องการปรับอะไรให้ตอบสนองกับความเป็นจริง

ผู้หญิง เยาวชน ผู้นำชุมชน องค์กรประชาสังคม และนักนิติบัญญัติ อยากจะเสนอให้รัฐบาลและสังคมมีส่วนร่วมกันอย่างไรให้เป็นรูปธรรมและเป็นธรรมในการแก้ปัญหา ผลกระทบและภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change

 

 จากภัยพิบัติน้ำท่วมในภาคเหนือ จนถึง ภัยพิบัติอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมีความรุนแรงและเสียหาย
 ในเชิงสังคมเศรษฐกิจอย่างไร ปัจจัยหลักของการเกิดภัยพิบัติต่างๆนี้ แก้ไขได้หรือไม่

 

คุณชนกนันท์  ศุภศิริ

จังหวัดแพร่ในปีนี้เผชิญกับน้ำท่วมที่รุนแรง เนื่องจากพื้นที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ทำให้น้ำไหลรวมกันและไม่สามารถระบายออกได้ ต้องใช้เครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยระบายน้ำ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินได้รับความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ขณะนี้จังหวัดกำลังการประเมินความเสียหาย และรอมาตรการเยียวยาจากรัฐบาล แต่ในขณะเดียวกันก็มีการร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งจากทุกฝ่ายในการช่วยเหลือประชาชน

จังหวัดแพร่มีการพัฒนาโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้ข้าวโพดเพื่อลดปัญหาโลกร้อน ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญในปัจจุบัน ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานกำลังผลักดันการใช้รถไฟฟ้าเพื่อลดการปล่อยแก๊สและควัน รวมถึงมีมาตรการเยียวยาเกี่ยวกับน้ำท่วมที่ใช้เงินทุนสำรองในกรณีฉุกเฉิน


คุณจันทร์เพ็ญ  อะทะ  

อุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดน่านปีนี้มีความรุนแรงมาก โดยเฉพาะผลกระทบต่อเกษตรกรและพืชไร่ ซึ่งน้ำได้ไหลหลากเข้ามาอย่างฉับพลัน ทำให้เกิดดินสไลด์และความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนแม้จะมีการป้องกันแต่ก็ไม่สามารถควบคุมความรุนแรงของเหตุการณ์ได้ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้การช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นไปอย่างล่าช้า ขณะนี้ยังมีน้ำขังในไร่นา ทำให้เกิดความเสียหายต่อพืชผลและมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

ระบบการเตือนภัยในชุมชนของจังหวัดน่านมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลประชาชนไม่สามารถรับสัญญาณเตือนภัยได้ ส่งผลให้การเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติไม่ทั่วถึง การพึ่งพาญาติพี่น้องในการสื่อสารข้อมูลเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไป ขณะที่งบประมาณท้องถิ่นมีการตั้งไว้สำหรับอุทกภัยแต่ไม่สามารถคาดการณ์ความรุนแรงของเหตุการณ์ได้ การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต้องใช้เครื่องบินในการส่งสิ่งของช่วยเหลือเพราะเป็นพื้นที่ที่มีสภาพล้อมด้วยภูเขา

ดร. ศนิวาร บัวบาน

          ประเทศไทยประสบปัญหาภัยพิบัติที่หลากหลาย เช่น น้ำท่วม น้ำแล้ง คลื่นความร้อน และพายุ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ปัญหานี้ไม่ใช่เฉพาะของไทย แต่เป็นปัญหาระดับโลก ประเทศไทยมีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว แต่กลับได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากมีความเปราะบางสูง ประชากรสูงอายุ และรายได้ต่ำ รวมถึงมีความเสี่ยงภัยธรรมชาติสูง

เหตุการณ์ภัยธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดแพร่และจังหวัดน่านที่เกิดขึ้น เกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูงจากการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะจากภาคพลังงานที่มีสัดส่วนถึง 70%  นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและการพัฒนาผังเมืองที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ รัฐบาลควรมีบทบาทในการควบคุมการใช้ที่ดินและสนับสนุนประชาชนในการเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติ

ดร. วนัน เพิ่มพิบูลย์

อุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต โดยอุณหภูมิของโลกควรอยู่ภายใต้ 2 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม และควรพยายามให้ต่ำกว่า 1.5 องศา ปัจจุบันประเทศไทยมีอุณหภูมิที่ 1.1 องศา จึงจำเป็นต้องลดการใช้เชื้อฟอสซิลทุกประเภทและการปรับตัวต้องดำเนินการควบคู่กันไปพร้อมทั้งมีการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในชุมชน

        ด้วยอนุสัญญาที่เกี่ยวกับโลกร้อน ประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงและประเทศกำลังพัฒนามีสิทธิที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้ที่ปล่อยก๊าซที่ทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นต้องสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับความยุติธรรมนี้  ไม่ควรนำงบประมาณด้านอื่น ๆ เช่น ด้านการศึกษาและบริการสุขภาพมาใช้เพื่อการนี้ ประเทศไทยควรเริ่มต้นเรียกร้องความเป็นธรรมและร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ เพื่อจัดการกับปัญหาโลกร้อน

 คุณจิตรณา เก่งการนา

หลายคนคิดว่า climate change จะมีผลกระทบต่อเยาวชนรุ่นใหม่ในอนาคต แต่ในความเป็นจริง เยาวชนในปัจจุบันก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวข้องกับ climate change รวมถึงการปล่อยก๊าซต่าง ๆ ที่ทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการใช้ที่ดิน โดยเฉพาะการขยายตัวและการทำเกษตรกรรม ซึ่งทำให้เกิดภูเขาหัวโล้นจากการตัดไม้ทำลายป่า ส่งผลให้สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ต้นไม้มีบทบาทสำคัญในการช่วยรั้งหน้าดินและอุ้มน้ำ

จากงานวิจัย เมื่อเปรียบเทียบพื้นที่ที่มีการรักษาป่ากับพื้นที่ที่ถูกทำลายจะเห็นชัดเจนว่าการสูญเสียผืนป่าส่งผลกระทบมากมาย การใช้ธรรมชาติในการจัดการปัญหาน้ำท่วมเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ เยาวชนจึงต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ตั้งแต่มาตรการในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง พ.ร.บ.หรือการจัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อให้เสียงเยาวชนได้ดังขึ้น  การขับเคลื่อนที่เหมาะสมสำหรับเยาวชนคือการศึกษาที่มุ่งเน้นให้รู้จัก climate change โดยการเรียนรู้แบบ Active Learning ผ่านการลงมือทำจริง จะช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการดูแลสิ่งแวดล้อม เพิ่มความสามารถในการลดผลกระทบจาก climate change

เรามีโครงการสร้างผู้นำเยาวชนใน 5 จังหวัด เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาแสดงความคิดเห็นในนโยบายการจัดการทรัพยากรท้องถิ่น ทำให้เยาวชนมีแนวคิดที่ชัดเจน เช่น การปลูกป่าหรือการเก็บขยะ สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่วิธีการลดคาร์บอนได้ จากการมีความเข้าใจในทรัพยากรท้องถิ่นและการระบุความหลากหลายทางชีวภาพ พวกเขาสามารถรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนดูแลทรัพยากรของตนเอง ดังนั้นรัฐบาลควรมีงบสนับสนุนและกลยุทธ์ในการเผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้ให้เข้มแข็งขึ้น


นโยบายที่รัฐบาลเพิ่งแถลงไป ได้ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้เพียงพอหรือไม่  มีข้อใดที่ท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร  และต้องการปรับอะไรให้ตอบสนองกับความเป็นจริง

 

ดร. ศนิวาร บัวบาน

                จากการอภิปรายนโยบายของรัฐบาล จะเห็นว่ารัฐบาลเริ่มตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ แต่ยังไม่มีนโยบายเร่งด่วนในการจัดการภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน นโยบายที่มีอยู่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ เช่น น้ำท่วมและน้ำแล้ง อยู่ในแผนการสร้างความยั่งยืน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ต้องทำในระยะกลางหรือระยะยาว แต่จริง ๆ แล้วเราต้องเผชิญกับภัยพิบัติในทุก ๆ ช่วงเวลา เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมสงบ สิ่งที่ตามมาก็คือไฟป่า หรือPM 2.5 และปีหน้าก็อาจเจอสภาวะคลื่นความร้อน ดังนั้น ควรมีนโยบายเร่งด่วนเพื่อจัดการภัยพิบัตินี้   หากแต่รัฐบาลกลับมุ่งเน้นไปที่การลดก๊าซเรือนกระจกมากกว่าการเสริมสร้างศักยภาพให้ประชาชนปรับตัว นอกจากนี้ รัฐบาลมีแนวทางในการประกาศความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐีได้ตั้งเป้าให้ไทยเป็นผู้นำอาเซียนในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในภูมิภาคผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทย นี่คือเรือธงของรัฐบาล  จะเห็นว่ารัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การกำหนดเป้าหมายมากกว่าการนำไปปฏิบัติ  

        กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อย      ในฐานะอนุกรรมาธิการงบประมาณ  พยายามโฟกัสไปที่แผนงานยุทธศาสตร์จัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เอางบประมาณของแต่ละส่วนภายใต้แผนงานแต่ละโครงการมารวมกันปรากฏว่าได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 2,127 ล้านบาทหรือประมาณ 0.24% จากงบประมาณที่ใช้ได้จริงทั้งหมดของงบประมาณ ปี 68  คือประมาณ 0.2% ซึ่งน้อยมาก  การจัดการงบประมาณของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ เห็นว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการป้องกันมากกว่าการชดเชยเยียวยา ซึ่งปัจจุบันการจัดสรรงบประมาณยังคงเน้นไปที่การเยียวยามากกว่าการเตรียมความพร้อมและการป้องกันภัยพิบัติ แม้ว่าจะมีแผนการบริหารจัดการน้ำ แต่ยังขาดความสำคัญในด้านการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

คุณจิตรณา เก่งการนา

              การสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและมีทักษะในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในระดับนโยบายและภาคประชาชน  โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากน้ำท่วม ชุมชนต้องมีการวางแผนและเตรียมการเพื่อช่วยเหลือกลุ่มที่เปราะบาง โดยการร่วมมือกันจากทุกภาคส่วน ทั้งจากภาครัฐและภาคประชาสังคม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับปัญหาต่างๆ

ดร. วนัน เพิ่มพิบูลย์

             การปรับตัวของภาคประชาสังคมและเกษตรกรในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี เป็นการปรับตัวที่ไม่สามารถตอบได้ด้วยสูตรตายตัว แต่ต้องเป็นกระบวนการที่ต้องมีความโปร่งใสและเหมาะสมกับบริบท การเรียนรู้จากประสบการณ์และการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องจะช่วยให้สามารถพัฒนาโครงสร้างที่มีความทนทานต่อภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น การระบุหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องความเสียหายทางเศรษฐกิจและไม่ใช่เศรษฐกิจ เพื่อจัดการกับปัญหาน้ำท่วมและภัยพิบัติอื่นๆ การใช้เทคโนโลยีและเงินทุนที่มีอยู่ก็เป็นสิ่งจำเป็นในการปรับตัวต่อสถานการณ์เหล่านี้


ผู้หญิง เยาวชน ผู้นำชุมชน องค์กรประชาสังคม และนักนิติบัญญัติ อยากจะเสนอให้รัฐบาลและสังคมมีส่วนร่วมกันอย่างไรให้เป็นรูปธรรมและเป็นธรรมในการแก้ปัญหาผลกระทบและภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change

 

ดร. ศนิวาร บัวบาน

ประเทศไทยตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็น net zero ภายในปี 2065 โดยมีแผนการแบ่งเป็นภาคส่วนและระยะเวลาในการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม แผนการดังกล่าวยังมีความไม่ชัดเจนและขาดรายละเอียดที่จำเป็น ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะการลดการปล่อยก๊าซให้ได้ 40% ภายในปี 2030  เรามีหน่วยงานที่รับผิดชอบการบริหารจัดการน้ำประมาณ 38 หน่วยงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานมักทำงานในลักษณะของตนเอง โดยไม่มีการบูรณาการที่ชัดเจน แม้จะมีแผนการจัดการน้ำที่ถูกกำหนดไว้ก็ตาม การแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องมีการปรับปรุงทั้งระบบ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติ โดยปัจจุบันยังไม่มีการซักซ้อมแผนอย่างเป็นระบบสำหรับการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   เช่นการตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์

การพัฒนาระบบการเตือนภัยสำหรับภัยพิบัติ  เราได้มีคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องการใช้ Cell Broadcast เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยรัฐบาลคาดว่าจะนำไปใช้จริงในปีหน้า ควรเน้นความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากท้องถิ่นในการออกแบบระบบเตือนภัยและการจัดการช่องโหว่ ระหว่างหน่วยงาน ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการสื่อสารข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ ซึ่งยังมีความท้าทายในการให้ข้อมูลถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการนำผังการจัดการภัยพิบัติไปใช้จริง มีหลายขั้นตอนในการสื่อสารข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันสารสนเทศน้ำ  กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน  ผู้ว่าราชการจังหวัด  นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้ข้อมูลไม่ถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความเสียหาย จึงมีความจำเป็นในการมีแผนในท้องถิ่นและการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติที่ยังไม่มีความชัดเจนในผลลัพธ์  อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้มานานหลายปี แต่การแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมยังไม่ชัดเจน และปัจจุบันกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังพัฒนาศูนย์ข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลถึงประชาชนมากขึ้น

คุณชนกนันท์  ศุภศิริ

ปัญหานโยบายการเตือนภัยและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในประเทศไทยยังไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความเสียหายจากภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง ปัญหาในการเตือนภัยที่ไม่ทั่วถึงและการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับระดับน้ำในพื้นที่ต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งทำให้ประชาชนบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงได้เนื่องจากขาดสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ยังมีการลดลงของป่าไม้และการลักลอบตัดไม้ที่ยังคงเกิดขึ้น รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อป้องกันน้ำท่วมที่เกิดจากการขาดพื้นที่ดูดซับน้ำ 

คุณจันทร์เพ็ญ  อะทะ

ในฐานะที่ปรึกษาสภาเด็กและเยาวชนเห็นว่ากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์ดูแลธรรมชาติ ภัยธรรมชาตินั้นยังน้อยมาก โดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ปัญหาขยะและยาเสพติด โดยเฉพาะในอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบเตือนภัยในชุมชนที่ไม่เพียงพอ และการดำเนินการของหน่วยงานรัฐที่มีความซับซ้อนในเรื่องงบประมาณ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการช่วยเหลือประชาชนในกรณีฉุกเฉิน

คุณจิตรณา เก่งการนา

จากการได้เข้าร่วมการประชุมเกี่ยวกับเครื่องมือการศึกษาเกี่ยวกับสภาพอากาศในระบบการศึกษาสำหรับโรงเรียน เพื่อพัฒนาคู่มือที่มุ่งเน้นการกระตุ้นความรู้และการสำรวจธรรมชาติให้กับเด็ก ๆ รวมถึงการสนับสนุนการปลูกต้นไม้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างความตระหนักในเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเยาวชนรู้สึกเป็นห่วงในเรื่องวิธีแก้ปัญหาน้ำท่วมผ่านการสร้างเขื่อนและฝาย เพราะมองว่าการสร้างโครงสร้างเหล่านี้อาจทำให้ทรัพยากรป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพลดลง และยังมีความเข้าใจผิดว่า การสร้างฝายจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืนไม่ได้ ขุดคลองลึกอาจก่อให้เกิดปัญหาใหม่มากกว่าที่จะแก้ไข และเห็นว่าควรใช้วิธีการจากธรรมชาติรวมถึงการวางแผนด้านน้ำอย่างมีประสิทธิภาพในการจัดการกับน้ำท่วมและภัยแล้ง เช่น การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมและการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการพัฒนาทัศนติเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสามารถเผชิญกับปัญหาในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

ดร. วนัน เพิ่มพิบูลย์

        สิ่งที่เกิดขึ้นที่จังหวัดแพร่และน่าน  จำเป็นต้องมีเสียงสะท้อนที่ได้ยินไม่ใช่แค่ระดับประเทศแต่ต้องไปให้ถึงระดับสากล เพราะนี่คือเสียงของผู้ที่ได้รับผลกระทบ และไม่ควรมองคนที่ได้รับผลกระทบในฐานะเหยื่อเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางและผู้หญิง ที่ต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจและนโยบาย การสนับสนุนด้านการเงินและเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการเปิดโอกาสให้มีการเสนอความคิดเห็น เพื่อให้สามารถค้นหาทางออกที่มีประสิทธิภาพ และการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังในระดับท้องถิ่นก่อนที่จะส่งต่อไปยังระดับประเทศและระดับสากล

ดร. ศนิวาร บัวบาน 

        การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนไม่ได้มุ่งแค่การเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ความก้าวหน้าควรยึดตามศักยภาพของพื้นที่และความต้องการของชุมชน พร้อมทั้งต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดก่อนที่จะเริ่มโครงการใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบเชิงพื้นที่ที่ไม่ดี เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ในภาคใต้ อาจพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือธุรกิจการท่องเที่ยวแทนที่จะมุ่งเน้นอุตสาหกรรมหนัก การประเมินผลกระทบควรทำอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ผลดีในระยะยาว

        อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การรักษาป่าชายเลนในสมุทรสาคร ซึ่งเกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาลซึ่งอาจมีโครงการถมทะเลเพื่อป้องกันน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง แต่ยังไม่มีความชัดเจนดังนั้นเกิดความไม่มั่นใจว่าจะมีการดำเนินการจริงหรือไม่ และหากมี จะต้องจัดการอย่างไร ควรศึกษาความแตกต่างของบริบทในแต่ละจังหวัดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ  นอกจากนี้ยังมีความจำเป็นในการปรับปรุงกลไกการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ควรนำเทคโนโลยี AI และระบบสนับสนุนการตัดสินใจเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการน้ำ และลดความเสี่ยงจากอุทกภัยที่เกิดจากการจัดการน้ำที่ไม่ถูกต้อง

ดร. วนัน เพิ่มพิบูลย์ 

การมีแผนการจัดการในระดับชุมชนและหมู่บ้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการเกษตรและการคาดการณ์น้ำในอนาคต แม้ว่าจะมีการวางแผนในระดับใหญ่ แต่การแปลข้อมูลและการเชื่อมโยงในระดับเล็กยังไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่นอนในเรื่องการปลูกพืชและการจัดการทรัพยากรน้ำในอนาคต โดยเฉพาะในเรื่องของการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของน้ำในอีก 20 ปีข้างหน้า

ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างประเทศในเรื่องการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยเน้นถึงการขุดแร่ที่จำเป็นสำหรับการผลิตแบตเตอรี่ เช่น นิกเกิลและลิเทียม ซึ่งมักมีผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนา การเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อต่อสู้กับปัญหาโลกร้อนอาจทำให้ประเทศเหล่านี้ต้องเผชิญกับการขุดแร่ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน แทนที่จะช่วยลดปัญหาโลกร้อนอย่างแท้จริง

ความจำเป็นในการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเมื่อพูดถึงการใช้เทคโนโลยี AI และ EV ในประเทศไทย โดยเฉพาะกรณีการซื้อขายคาร์บอนกับรัฐบาลสวิสเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซ ในขณะเดียวกันต้องพิจารณาผลกระทบต่อแรงงานที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนี้ เช่น การใช้รถบัสไฟฟ้าแทนดีเซล ซึ่งอาจทำให้แรงงานบางส่วนตกงาน

ประเทศไทยได้พัฒนาวิธีการจัดการน้ำที่เรียกว่า Nature based solution ซึ่งมุ่งเน้นการปกป้องและอนุรักษ์ระบบนิเวศ โดยไม่สร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เขื่อนหรือฝาย วิธีการนี้ช่วยชะลอน้ำท่วมและสนับสนุนน้ำให้กับเกษตรกรในกรณีที่เกิดภัยแล้ง แม้ว่าวิธีการนี้จะมีการใช้งานในบางพื้นที่ แต่มันยังคงมีความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของชุมชนและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง.

 

สรุปส่งท้าย

คุณจิตรณา เก่งการนา

          เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญที่ก่อให้เกิด ไม่ควรเน้นแต่ผลกำไร ควรให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม  สังคม  ความโปร่งใส    เพื่อสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว การดำเนินการตามหลักการเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และควรสนับสนุนให้ประชาชนและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงกลุ่มเยาวชน เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกันกับทุกภาคส่วน

 

คุณจันทร์เพ็ญ  อะทะ

การปรับตัวร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญเพื่อต่อสู้กับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น  โดยมีการเรียกร้องให้ทุกกลุ่มวัย รวมถึงผู้หญิง เยาวชน ผู้นำชุมชน และองค์กรต่าง ๆ ต้องบูรณาการเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ภัยธรรมชาติในอนาคต การจัดหางบประมาณและการจัดสรรอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งที่สำคัญในกระบวนการนี้

คุณชนกนันท์  ศุภศิริ

ภัยธรรมชาติเป็นปัญหาที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และในปีนี้มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นที่เกินกว่าความสามารถในการเตรียมรับมือของเรา แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ล่วงหน้า แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับมีจำนวนมากขึ้น จึงมีความจำเป็นที่จะนำปัญหาต่างๆ ที่พูดคุยในวันนี้ สะท้อนถึงรัฐบาลเพื่อให้มีการจัดการและเตรียมพร้อมที่ดีขึ้นสำหรับอนาคต.

ดร. วนัน เพิ่มพิบูลย์

ความซับซ้อนของปัญหาทางเศรษฐกิจและความท้าทายที่ไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายดาย โดยเน้นถึงความสำคัญของการเข้าใจต้นตอของปัญหา เช่น ระบบตลาดและการควบคุมเศรษฐกิจในระดับประเทศ นอกจากนี้ยังพูดถึงบทบาทของเสียงประชาชนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพและสามารถทำงานร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบ

 ดร. ศนิวาร บัวบาน

ในฐานะนิติบัญญัติ การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติเป็นหน้าที่หลักของภาครัฐ ซึ่งควรให้การมีส่วนร่วมจากกลุ่มเปราะบางและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ตั้งแต่เริ่มกระบวนการจัดทำพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเน้นให้ความสำคัญกับการแจ้งข่าวสารแก่ประชาชนในพื้นที่ที่มีการดำเนินการ รวมถึงการพัฒนาระบบซื้อขายสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเพิ่มศักยภาพชุมชนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศ



                                                             -----------------------------

 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รายงานเวทีเสวนาเชิงนโยบาย ปลด "เดอะแบกของมัม" ด้วยการลงทุนในสวัสดิการมารดา เพื่อสร้างคนคุณภาพของวันพรุ่งนี้ Freeing “Mom’s Burdens” through Investment in Maternal Welfare to Build Quality People for Tomorrow

ข้อเสนอรวบรวมจากเวทีเสวนา “สร้างเสริมกระบวนการยุติธรรมที่เป็นมิตรต่อทุกเพศสภาพ”