“ผลัดใบเก่า - ผลิยอดใหม่ ความในใจ กสม.
ร่วม Talk โดย
- ศยามล ไกยูรวงศ์
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
- อารีวรรณ จตุทอง
อดีตผู้ปฏิบัติกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
- ปุญชรัศมิ์
(แคนดี้) ตาเลิศ สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย
- เรืองรวี พิชัยกุล (Host
หลัก) สถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา
GDRI
เนื้อหาการสนทนา
-
กสม.ใหม่ มีอะไรใหม่ๆ ให้ตื่นเต้น
-
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กสม. ชุดเก่ามีเรื่องคั่งค้างสำคัญอะไร
ที่จะส่งต่อให้ชุดใหม่ เช่น การละเมิดทางเพศ และอื่นๆ
-
กสม.ใหม่จะสู้ประเด็นแหลมคม ในปัจจุบัน ไหวไหม?
เรืองรวี พิชัยกุล แสดงความยินดีกับ กสม.ชุดที่ 4
และกล่าวถึงความคาดหวังที่ค่อนข้างสูงของภาคประชาสังคมต่อกสม.ใหม่ ดังนั้น
กสม.มีแนวทางในการรับมือกับความท้าทายนี้อย่างไร
คุณศยามล ไกยูรวงศ์ ได้ชี้แจงถึงนโยบาย กสม. ชุดที่ 4 ว่า การทำงานต้องมีเอกภาพมากที่สุด
กรรมการทุกคนมีวิสัยทัศน์ในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนอย่างเต็มที่ เน้นการทำงานเชิงรุกด้วยความรวดเร็ว
และเป็นธรรม ทั้งนี้ กสม.ชุดที่ 4 ได้ประกาศ 5 นโนบายหลักในการทำงานไปแล้ว คือ
1. มุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนการปฏิบัติงานเพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
และการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที รวมทั้งการแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ
2. ส่งเสริมวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชน การเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
การเคารพความแตกต่างในความคิดเห็น ความเชื่อ เชื้อชาติ ศาสนา เพศ ภาษา
หรือสถานะอื่นใด รวมทั้งการเคารพสิทธิและเสรีภาพภายใต้กรอบของกฎหมาย
3. สร้างและสนับสนุนกระบวนการความร่วมมือขององค์กรเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ
ให้มีความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชน
4. สร้างความเชื่อมั่นต่อบทบาทของ กสม. ในระดับสากล
โดยผลักดันให้มีการแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายที่ยังอาจไม่สอดคล้องกับหลักการปารีส
ทั้งนี้ เพื่อให้ กสม. ได้รับการปรับสถานะจากระดับ B กลับคืนสู่สถานะ
A
5. เร่งพัฒนาสำนักงาน กสม.ให้มู่งสู่การเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง บนฐานคิดในการนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัล
และการบริหารจัดการสารสนเทศระบบคลังข้อมูล
มาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการและพัฒนาความรู้ขององค์กร
คุณศยามล ไกยูรวงศ์ ได้กล่าวต่อไปว่า กสม. พยายามสื่อสารเพื่อให้สังคมรับรู้ว่าทำอะไร คณะกรรมการแบ่งภาระหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละเรื่อง
และสานต่อเรื่องศูนย์ประสานงานทั้ง 12 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นเครือข่ายส่งเสริมและการคุ้มครองสิทธิ์
เนื่องจากปัจจุบันเป็นเพียงการส่งเสริมเท่านั้น
ขณะนี้อยู่ในช่วงจัดตั้งข้าราชการลงไปทำงานประจำศูนย์ ทั้งนี้ กสม. ไม่สามารถทำทุกเรื่องให้สำเร็จได้
ต้องอาศัยเครือข่ายและความร่วมมือจากภาครัฐในการแก้ปัญหาในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิ์
จึงทำให้เกิดเวที กสม.พบองค์กรประชาสังคม กสม.ยินดีที่ได้รับฟัง ข้อคิดเห็น
ข้อเสนอแนะ ตลอดจนเสียงสะท้อนในประเด็นปัญหาต่าง ๆ จากภาคประชาสังคม
ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของ กสม. ชุดปัจจุบัน ทั้งนี้ กสม.
พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในเชิงโครงสร้าง
และเชิงประเด็น เพื่อให้สิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องของทุกคน ส่วนความคาดหวังที่องค์กรภาคประชาสังคมเสนอมาต้องมาจัดลำดับเรื่องและดำเนินการอย่างเป็นระบบ
รวมทั้งต้องทำแผนยุทธศาสตร์ที่แหลมคมด้วย
เรืองรวี พิชัยกุล คุณอารีวรรณได้เคยทำหน้าผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนกสม.
ในชุดที่แล้ว มีอะไรที่ห่วงใยเป็นพิเศษที่อยากให้กสม.สานต่อบ้างไหม
คุณอารีวรรณ จตุทอง เปิดเผยว่าคณะกรรมการสิทธิ
ชุดที่ 3 แบ่งหน้าที่รับผิดชอบกรทำงานตามพื้นที่
ทุกคนจะรับผิดชอบทุกประเด็น
เมื่อปฏิบัติงานจะเห็นว่าผู้ที่รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพฯ และ ใน 3
จังหวัดชายแดนใต้ จะมีเรื่องเข้ามาเยอะมาก
ภายหลังจึงได้ปรับเปลี่ยนเป็นรับผิดชอบตามประเด็น ซึ่งตัวเอง เข้ามารับผิดชอบในเรื่องประเด็น GENDER และ
LGBT และเป็นประธานคณะทำงานการแก้ไขกฎหมายการยุติการตั้งครรภ์
ซึ่งได้หยิบยกประเด็นของการยุติความรุนแรงในครอบครัว
เช่น เรื่องตำรวจไม่รับแจ้งความ โดยทำบันทึกข้อความเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อให้เห็นมิติความเสมอภาคระหว่างเพศ
แต่ทางคณะกรรมการแจ้งว่าประเด็นดังกล่าวไม่ได้เป็นการตรวจสอบการร้องเรียน
แต่เป็นการหยิบยกมาเป็นข้อเสนอแนะทางนโยบาย เพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย คณะกรรมการจึงส่งเรื่องให้กับสำนักกฎหมายเป็นผู้รับผิดชอบ ในขณะที่สำนักกฎหมายมีหลายเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ
จึงยังไม่ได้ดำเนินการให้สำเร็จ ทั้งนี้ถึงแม้ตนจะหมดวาระแล้ว แต่ยินดีช่วยและสนับสนุนเรื่องนี้ รวมทั้งมีประเด็นที่เป็นข้อห่วงใย
คือเรื่องการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับบุคลากร เรื่อง Gender Training เพื่อให้เข้าใจในประเด็นงานในทุกมิติ
เรืองรวี พิชัยกุล ในฐานะที่เคยเป็นผู้ร้องเรียนการละเมิอสิทธิมนุษยชนต่อกสม.
อยากสะท้อนการทำงานของกสม. และอยากให้ปรับปรุงด้านใดบ้าง
คุณปุญชรัศมิ์ ตาเลิศ กล่าวว่า ขณะนี้ตนรอติดตามเรื่องที่ได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ในกรณีศูนย์โลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ไม่ยอมรับบริจาคเลือดจากผู้หญิงข้ามเพศ
ขณะนี้ผ่านมา 9 เดือน อยากทราบความคืบหน้าอย่างไร เพราะตนมองว่าการบริจาคเลือดเป็นสิทธิที่ทุกคนควรกระทำได้
ไม่ควรเอาเรื่องเพศ หรือรสนิยมทางเพศมาเป็นเครื่องตัดสินและจำกัดสิทธิ์
ทำให้ผู้หญิงข้ามเพศที่ถูกเหมารวมว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ถูกลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ด้วยกฎระเบียบที่ภาครัฐสร้างขึ้นมา และผู้หญิงข้ามเพศควรจะได้รับโอกาส
การปกป้องคุ้มครองสิทธิ์อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
คุณศยามล ไกยูรวงศ์ เสริมว่า เรื่องร้องเรียนของ LGBT มีค่อนข้างมาก ตนจะนำไปเสนอต่อผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ โดยต่อไปผู้ร้องไม่จำเป็นต้องมาร้องอีก ซึ่งทาง กสม.จะมีการนัดประชุมกับกลุ่ม
LHBT โดยตรง ว่าจะร่วมกันผลักดันอย่างไร
ขอให้กลุ่มและเครือข่าว LGBT รวบรวมปัญหาและอุปสรรคมาให้ครบ ทาง
กสม.จะช่วยศึกษาด้านกฎหมายและผลักดันไปทั้งระบบ
ต้องมีการประสานงานและเจรจากันอย่างจริงจังกับภาครัฐ
รวบรวมเรื่องร้องเรียนทั้งหมดของ LGBT ทำเป็นนโยบายหลัก
ทุกเพศสภาพควรจะได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ และมีความเสมอภาค
เรืองรวี พิชัยกุล กสม.ใหม่จะสู้ประเด็นแหลมคม ในปัจจุบัน ไหวไหม?
คุณปุญชรัศมิ์ ตาเลิศ มีความกังวลเรื่อง พ.ร.บ.ควบคุม NGO หากไปอยู่ภายใต้รัฐจะไม่สามารถเรียกร้องหรือปกป้องสิทธิได้ ภายใต้ พ.ร.บ.ฉบับนี้
เป็นการจำกัดและลิดรอนสิทธิ NGO โดยแท้จริง
คุณศยามล ไกยูรวงศ์ มีความคิดเห็นว่า ประเด็นหนึ่งที่ควรทำ คือการพัฒนาบุคลากร
ต้องสร้างคนตั้งแต่วัยหนุ่มสาว สำหรับเรื่ององค์กรที่ไม่แบ่งปันกำไร กสม. สนับสนุนการทำงานของภาคประชาสังคม
รวมทั้งองค์กรภาคธุรกิจที่ทำงานช่วยเหลือสังคมด้วย จะรวบรวมความคิดเห็นเสนอต่อรัฐบาลและกฤษฎีกา
สำหรับตนนั้นงาน กสม. ไม่ใช่เป็นเรื่องท้าทาย เพราะมีความชอบวัฒนธรรมขององค์กร ที่ทุกคนเคารพสิทธิ์และความคิดเห็นที่แตกต่าง
แต่สิ่งที่ท้าทาย คือ ความคาดหวังจากองค์กรภาคประชาสังคม ที่คิดว่า กสม.ต้องแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง
แต่โดยกฎหมายของ กสม.นั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง ด้วยทัศนคติทางการเมืองที่แตกต่างกัน
กสม.อยู่ตรงกลาง ต้องจัดความสมดุล ความคาดหวังที่แตกต่างกัน มีจุดยืนที่ชัดเจน และต้องเคารพในสิทธิมนุษยชนของทุกคน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น